วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สุตตันตะของพระตถาคต

                 
"ภิกษุ ท.! พวกภิกษุบริษัทในกรณีนี้, สุตตันตะเหล่าใด  ที่กวีแต่งขึ้นใหม่เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน  มีอักษรสละสลวย   มีพยัญชนะอันวิจิตรเป็นเรื่องแนวนอก เป็นคำกล่าวของสาวก เมื่อมีผู้นำสุตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่เธอจักไม่ฟังด้วยดี  ไม่เงี่ยหูฟัง  ไม่ตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึง และ จักไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน."

                 "ภิกษุ ท.! ส่วน สุตตันตะเหล่าใด ที่เป็นคำของตถาคต เป็นข้อความลึก มีความหมายซึ้ง เป็นชั้นโลกุตตระ ว่าเฉพาะด้วยเรื่องสุญญตา,เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่; เธอย่อมฟังด้วยดี ย่อมเงี่ยหูฟังย่อมตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึง และย่อมสำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียนจึงพากันเล่าเรียน ไต่ถาม ทวนถามแก่กันและกันอยู่ว่า  ข้อนี้เป็นอย่างไร ? มีความหมายกี่นัย ? ” ดังนี้. ด้วยการทำดังนี้ เธอย่อมเปิดธรรมที่ถูกปิดไว้ได้. ธรรมที่ยัง ไม่ปรากฏ เธอก็ทำให้ปรากฏได้, ความสงสัยในธรรมหลายประการที่น่าสงสัย เธอก็บรรเทาลงได้."

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

องค์ประกอบของทาน ที่ให้แล้วมีผลมาก (นัยที่ ๑)

องค์ประกอบของทาน ที่ให้แล้วมีผลมาก



ภิกษุทั้งหลาย!  อุบาสิกา ชื่อ นันทมารดา ชาวเมืองเวฬุกัณฑกะนั้น  ถวายทักษิณา
อันประกอบด้วยองค์ ๖ ประการ ในภิกษุสงฆ์มีสารีบุตรและโมคคัลลานะเป็นประมุข
ก็ทักษิณาอันประกอบด้วยองค์ ๖ ประการเป็นอย่างไร.

ภิกษุทั้งหลาย!  องค์ ๓ ของผู้ให้ (ทายก) และ องค์ ๓ ของผู้รับ (ปฏิคาหก).
องค์ ๓ ของผู้ให้เป็นอย่างไร คือ
(๑) ก่อนให้เป็นผู้ดีใจ
(๒) กำลังให้อยู่ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส
(๓) ครั้นให้แล้วย่อมปลื้มใจ
นี้แล องค์ ๓ ของผู้ให้.

องค์ ๓ ของผู้รับเป็นอย่างไร คือ
(๑) เป็นผู้ปราศจากราคะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจัดราคะ
(๒) เป็นผู้ปราศจากโทสะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจัดโทสะ
(๓) เป็นผู้ปราศจากโมหะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจัดโมหะ
นี้แล องค์ ๓ ของผู้รับ.
อย่างนี้แล องค์ ๓ ของผู้ให้ และ องค์ ๓ ของผู้รับ.

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

จาคะ (การบริจาค) เป็นอย่างไร




คหบดี! ก็จาคะสัมปทำ (ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค)
เป็นอย่างไร
อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ มีใจปราศจากมลทินคือ
ความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีการบริจาคอันปล่อยอยู่เป็น
ประจำ มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละ เป็นผู้ควรแก่การขอ
ยินดีในการให้และการแบ่งปัน
นี้เรียกว่า จาคสัมปทา.

บาลี จตุกฺก. อํ. ๒๑/๘๕/๖๑.

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

ทาน (การให้) เป็นอย่างไร



มาณพ ! บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม
บุรุษก็ตาม ย่อมเป็นผู้ให้ข้าว น้ำ เครื่องนุ่งห่ม ยานพาหนะ
ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีป
โคมไฟแก่สมณะหรือพราหมณ์ เขาตายไป จะเข้าถึงสุคติ-
โลกสวรรค์ เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทาน
ไว้อย่างนี้ หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ถ้ามาเป็น
มนุษย์เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีโภคทรัพย์มาก.

-บาลี อุปริ. ม. ๑๔/๓๗๖/๕๗๙.

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ลักษณะของ “ฆราวาส ชั้นเลิศ”


คหบดี !  ในบรรดากามโภคี (ฆราวาส) เหล่านั้น

กามโภคีผู้ใด แสวงหาโภคทรัพย์โดยธรรม โดยไม่เครียดครัด
(เกินไปจนทรมานตน) ด้วย, ครั้นแสวงหาโภคทรัพย์โดยธรรมโดยไม่เครียดครัดแล้ว

ทำตนให้เป็นสุข ให้อิ่มหนำด้วย,
แบ่งปันโภคทรัพย์บำเพ็ญบุญด้วย, 
ไม่กำหนัด ไม่มัวเมาไม่ลุ่มหลง 
มีปกติเห็นโทษ มีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก

บริโภคโภคทรัพย์เหล่านั้นอยู่ด้วย;

คหบดี ! กามโภคีผู้นี้ ควรสรรเสริญโดยฐานะทั้งสี่ คือ :-

ควรสรรเสริญโดย ฐานะที่หนึ่ง 
ในข้อที่เขาแสวงหาโภคทรัพย์โดยธรรม โดยไม่เครียดครัด,

ควรสรรเสริญโดย ฐานะที่สอง 
ในข้อที่เขาทำตนให้เป็นสุขให้อิ่มหนำ,

ควรสรรเสริญโดย ฐานะที่สาม
ในข้อที่เขาแบ่งปันโภคทรัพย์บำเพ็ญบุญ,

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การทำสมาธิ ตามหลักของพระพุทธเจ้า

อานาปานสติสมาธิ
การสร้างกองกุศล สามารถทำได้โดยปฎิบัติสมาธิ ตามหลักของพระพุทะเจ้าได้ที่บ้าน
อานิสงค์สูงที่สุดในกองกุศลทั้งปวง..เพียงระลึกรู้ลมหายใจ เข้า ออก อย่างมีสติ..





วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การถวายทานที่ได้อานิสงฆ์มาก


สังฆทานดีกว่า !
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ทานประจำสกุลวงศ์ ข้าพระองค์
ยังให้อยู่ แต่ว่าทานนั้นข้าพระองค์ให้เฉพาะหมู่ภิกษุผู้เป็นอรหันต์
หรือผู้ปฏิบัติอรหัตตมรรค ที่อยู่ป่า ที่ถือบิณฑบาต ที่ถือผ้าสุกุล
เป็นวัตร

คหบดี ! ข้อที่จะรู้ว่าคนเหล่านี้เป็นพระ
อรหันต์หรือปฏิบัติอรหัตตมรรคนั้น เป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก
สำหรับท่านผู้เป็นคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ผู้ยังมีการนอน
เบียดบุตร บริโภคใช้สอยกระแจะจันทน์และผ้าจาก
เมืองกาสี ทัดทรงมาลาและเครื่องกลิ่นและเครื่องผัดทา
ยินดีอยู่ด้วยทองและเงิน.

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

เหตุเจริญและเหตุเสื่อมแห่งทรัพย์ ๔ ประการ


เหตุเจริญและเหตุเสื่อมแห่งทรัพย์ ๔ ประการ

             พ๎ยัคฆปัชชะ ! ปากทางแห่งความเสื่อม ๔ ประการ ของโภคะที่เกิดขึ้นพร้อมแล้วอย่างนี้ มีอยู่ คือ ความเป็น..
- นักเลงหญิง 
- นักเลงสุรา 
- นักเลงการพนัน
- มีมิตรสหาย เพื่อนฝูงเลวทราม.
            พ๎ยัคฆปัชชะ ! เปรียบเหมือนทางน้ำเข้า ๔ ทาง ทางน้ำออก ๔ ทาง ของบึงใหญ่มีอยู่, บุรุษปิดทางน้ำเข้าเหล่านั้นเสีย และเปิดทางน้ำออกเหล่านั้นด้วย ทั้งฝนก็ไม่ตกลงมาตามที่ควร.
           พ๎ยัคฆปัชชะ ! เมื่อเป็นอย่างนั้น ความเหือดแห้ง เท่านั้นที่หวังได้สำหรับบึงใหญ่นั้น ความเต็มเปี่ยมไม่มีทาง ที่จะหวังได้ นี้ฉันใด;
           พ๎ยัคฆปัชชะ ! ผลที่จะเกิดขึ้นก็ฉันนั้นสำหรับ โภคะ ที่เกิดขึ้นพร้อมแล้วอย่างนี้ ที่มีปากทางแห่งความเสื่อม ๔ ประการ คือ ความเป็นนักเลงหญิง เป็นนักเลงสุรา เป็นนักเลงการพนัน และมีมิตรสหายเพื่อนฝูงเลวทราม.

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"ติรัจฉานกถาสูตร"ว่าด้วยการพูดติรัจฉานกถา



[๑๖๖๓]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงอย่าพูดดิรัจฉานกถา ซึ่งมีหลายอย่าง คือ พูดเรื่องพระราชา เรื่องโจร เรื่องมหาอำมาตย์ เรื่องกองทัพ เรื่องรบ เรื่องข้าว เรื่องนํ้า เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยาน  เรื่องบ้าน เรื่องนิคม เรื่องนคร เรื่องชนบท เรื่องสตรี เรื่องบุรุษ เรื่องคนกล้าหาญ เรื่องตรอก เรื่องท่านํ้า เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องเบ็ดเตล็ด เรื่องโลก เรื่องทะเล เรื่องความเจริญและความเสื่อม ด้วยประการนั้นๆ ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?

เพราะถ้อยคำนี้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย... นิพพาน ก็เมื่อเธอทั้งหลายจะพูด พึงพูดว่า
นี้ทุกข์ ฯลฯ   นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?
เพราะถ้อยคำนี้ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น
ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย... นิพพาน 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลาย พึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็น จริงว่านี้ทุกข์ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การให้ทานตามกาล (ผลบุญของผู้ให้ และ ผู้อนุโมทนา)



ดูกรภิกษุทั้งหลาย กาลทาน ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
ทายก"(ผู้ให้ทาน) ย่อมให้ทานแก่ผู้มาสู่ถิ่นของตน ๑
ทายกย่อมให้ทานแก่ผู้เตรียมจะไป ๑
ทายกย่อมให้ทานในสมัยข้าวแพง ๑
ทายกย่อมให้ข้าวใหม่แก่ผู้มีศีล ๑
ทายกย่อมให้ผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กาลทาน๕ ประการนี้แล ฯ
ผู้มีปัญญา รู้ความประสงค์ ปราศจากความตระหนี่
"ย่อมให้ทานในกาลที่ควรให้"
เพราะผู้ให้ทานตามกาลในพระอริยเจ้าทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติซื่อตรง  ผู้มีใจคงที่
เป็นผู้มีใจผ่องใสทักขิณาทานจึงจะมีผลไพบูลย์

ชนเหล่าใดย่อมอนุโมทนาหรือช่วยเหลือในทักขิณาทาน นั้น 
ทักขิณาทานนั้นย่อมไม่มี ผลบกพร่อง เพราะการอนุโมทนาหรือการช่วยเหลือนั้น
แม้พวกที่อนุโมทนา หรือช่วยเหลือ ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญเพราะฉะนั้น
ผู้มีจิตไม่ท้อถอยจึงควรให้ทานในเขตที่มีผลมาก 
บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ในปรโลก ฯ

กาลทานสูตร พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต หัวข้อ 36

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

งานกฐิน แบบพุทธกาล วัดนาป่าพง ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕


พิธีการถวายผ้ากฐินในครั้งพุทธกาล
๑. พระพุทธเจ้าตรัสให้เวลาตั้งแต่ออกพรรษาไปแล้ว ๑ เดือน เป็นช่วงเวลาของการถวายจีวรและทำจีวร

๒. ในเขตสีมาใดมีภิกษุอยู่จำพรรษาจำนวนตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ทรงอนุญาตการทำสังฆกรรม ประเภทกฐินได้ถ้ามีฆราวาสมาแสดงเจตนาถวายผ้าจีวร โดยภิกษุมิได้พูดเลียบเคียงเพื่อให้ได้ผ้านั้นมา ซึ่งมิได้ระบุจำกัดจำนวนผู้แสดงเจตนาถวาย แต่ระบุจำนวนภิกษุผู้รับผ้านั้นได้เพียง ๑ รูป
(จากการยินยอมของคณะสงฆ์ในเขตสีมานั้น) ซึ่งต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นผู้มีจีวรเก่าคร่ำคร่า เป็นต้น

๓. ในวันที่ภิกษุได้รับการถวายผ้าจากฆราวาส (ตามเหตุผลและช่วงเวลาดังกล่าว) แล้ว ให้คณะสงฆ์ในอาวาสนั้น ช่วยกันตัดเย็บย้อมผ้าให้แก่ภิกษุรูปนั้น (ผู้มีคุณสมบัติพร้อมตามธรรมวินัย) ให้สำเร็จภายในวันวันนั้นก่อนอรุณของวันใหม่ขึ้น

๔. เมื่อตัดเย็บย้อมเสร็จ ก็ให้คณะสงฆ์ส่งมอบผ้าผืนดังกล่าวแก่ภิกษุรูปนั้น และภิกษุรูปนั้นก็ทำการอธิษฐานใช้ผ้ากฐินนั้นนุ่งห่มแทนผ้าผืนเก่า เรียกว่า กรานกฐิน

ในขั้นตอนดังกล่าว มีพระวินัยที่ระบุถึง พอจะกล่าวอ้างถึง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ดังนี้

ก. พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค
ข. พระวินัยปิฎก เล่ม ๕ มหาวรรคภาค ๒

***************************************************************

กำหนดการงานกฐินวัดนาป่าพง

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คู่บุพเพสันนิวาส



คู่บุพเพสันนิวาส

ภิกษุ ท. ! ถ้าภรรยาและสามีทั้งสองพึงหวัง
พบกันและกันทั้งในปัจจุบัน และในสัมปรายภพ (ในภายหน้า) ทั้งสองเทียว พึงเป็นผู้มี ศรัทธาเสมอกัน  มีศีลเสมอกัน  มีจาคะเสมอกัน  มีปัญญาเสมอกัน ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ย่อมได้
พบกันและกันทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ (ในภายหน้า).

ภรรยาและสามีทั้งสอง เป็นผู้มีศรัทธา รู้ความประสงค์ของผู้ขอ
มีความสำรวม เป็นอยู่โดยธรรม  เจรจาคำที่น่ารักแก่กันและกัน
ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก    มีความผาสุกทั้งสองฝ่าย
มีศีลเสมอกัน รักใคร่กันมาก  ไม่มีใจร้ายต่อกัน ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว 
ทั้งสอง เป็นผู้มีศีลและวัตรเสมอกัน ย่อมเป็นผู้เสวยกามารมณ์
เพลิดเพลินบันเทิงใจอยู่ในเทวโลก.

จตุกฺก. อํ. ๒๑/๘๑/๕๖.

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความฝันครั้งสำคัญ ก่อนตรัสรู้

ความฝันครั้งสำคัญ ก่อนตรัสรู้

ภิกษุ ท. ! ความฝันครั้งสำคัญ (มหาสุบิน) ๕ อย่างไดป้ รากฏแก่ตถาคต
ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งเมื่อก่อนแต่การตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็น
โพธิสัตว์อยู่. ๕ อย่าง คืออะไรบ้างเล่า ? คือ :-


มหาปฐพีนี้เป็นที่นอนอันใหญ่ของตถาคต จอมเขาหิมวันต์เป็นหมอน
มือข้างซ้ายพาดลงที่สมุทรด้านตะวันออก มือข้างขวาพาดลงที่สมุทรด้านตะวันตก
เท้าทั้งสองหย่อนลงที่สมุทรด้านทักษิณ. ภิกษุ ท. ! นี้เป็นมหาสุบินข้อที่ ๑
ได้มีแล้วแก่ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งเมื่อก่อนแต่การตรัสรู้
ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่.


ข้ออื่นอีก : หญ้าคา ๒ งอกขึ้นจากสะดือ ขึ้นไปสูงจดฟ้า. ภิกษุ ท. !
นี้เป็นมหาสุบินข้อที่ ๒ ได้มีแล้วแก่ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งเมื่อ
ก่อนแต่การตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่.

ข้ออื่นอีก : หนอนทั้งหลาย มีสีขาวหัวดำ คลานขึ้นมาตามเท้าจนถึงเข่า.
ภิกษุ ท. ! นี้ เป็นมหาสุบินข้อที่ ๓ ได้มีแล้วแก่ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อครั้งก่อนแต่การตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่.



ข้ออื่นอีก : นกทั้งหลาย สี่จำพวก มีสีต่าง ๆ กัน มาแล้วจากทิศทั้งสี่
หมอบลงที่ใกล้เท้าแล้ว กลายเป็นสีขาวหมด. ภิกษุ ท. ! นี้เป็นมหาสุบินข้อที่ ๔
ได้มีแล้วแก่ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งก่อนแต่การตรัสรู้ ยังไม่ได้
ตรัสรู้ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่.


ข้ออื่นอีก : ตถาคตได้ เดินไปบนอุจจาระกองใหญ่ เหมือนภูเขา อุจจาระ
มิได้เปื้อนเลย. ภิกษุ ท. ! นี้เป็นมหาสุบินข้อที่ ๕ ได้มีแล้วแก่ตถาคตผู้อรหันต-
สัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งก่อนแต่การตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่.




วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พระตถาคต เปรียบตนเป็นดัง ไก่ที่เป็นพี่



ดูกรพราหมณ์ เปรียบเหมือนฟองไก่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ ๑๒ ฟอง ฟองไก่
เหล่านั้น อันแม่ไก่พึงกกดีแล้ว อบดีแล้ว ฟักดีแล้ว บรรดาลูกไก่เหล่านั้น ลูกไก่ตัวใดทำลาย
กะเปาะฟอง ด้วยปลายเล็บเท้า หรือด้วยจะงอยปาก ออกมาได้โดยสวัสดีก่อนกว่าเขา ลูกไก่
ตัวนั้นควรเรียกว่ากระไร จะเรียกว่าพี่หรือน้อง.
(ท่านพระโคดม ควรเรียกว่าพี่ เพราะมันแก่กว่าเขา.)
      
ภิกษุทั้งหลาย. เราก็เหมือนอย่างนั้นแล พราหมณ์ เมื่อประชาชนผู้ตกอยู่ในอวิชชา เกิดในฟอง
อันกะเปาะฟองหุ้มห่อไว้ ผู้เดียวเท่านั้นในโลก ได้ทำลายกะเปาะฟอง คือ อวิชชา แล้วได้
ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม เรานั้นเป็นผู้เจริญที่สุด ประเสริฐที่สุดของโลก
เพราะความเพียรของเราที่ปรารภแล้วแล ไม่ย่อหย่อน สติดำรงมั่นไม่ฟั่นเฟือน กายสงบ ไม่
กระสับกระส่าย จิตตั้งมั่น มีอารมณ์เป็นหนึ่ง.
เรานั้นแล สงัดแล้วจากกาม สงัดแล้วจากอกุศลธรรม ได้บรรลุปฐมฌาน มีวิตก
มีวิจาร มีปีติและสุขซึ่งเกิดแต่วิเวกอยู่.
              
เราได้บรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิต ณ ภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร เพราะวิตก วิจาร สงบไป มีปีติและสุขซึ่งเกิดแต่สมาธิอยู่.

เรามีอุเบกขาอยู่ มีสติ มีสัมปชัญญะ และเสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป
ได้บรรลุตติยฌาน ที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ มีสุขอยู่ ดังนี้ อยู่.

เราได้บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัส โทมนัส
ก่อนๆ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่.

พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ หน้าที่ ๔/๗๕๔

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

มหาศีล ของ พระพุทธเจ้า (และพระอริยสาวก)



ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต พึงกล่าวเช่นนี้ว่า
    ๑. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่
สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วย
ติรัจฉานวิชา  เห็นปานนี้ คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต  ทำนายฝัน ทำนายลักษณะ
ทำนายหนูกัดผ้า ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดแกลบบูชาไฟ ทำพิธีซัดรำ
บูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเติมน้ำมันบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่า
บูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดูอวัยวะ ดูลักษณะที่บ้าน ดูลักษณะที่นา เป็นหมอ
ปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ เป็น
หมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด เป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอทางเสียงกา เป็น
หมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอทายเสียงสัตว์.

    ๒. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ ทายลักษณะแก้วมณี ทายลักษณะไม้พลอง ทายลักษณะผ้า ทายลักษณะศาตรา ทายลักษณะดาบ ทายลักษณะศร ทายลักษณะธนู ทายลักษณะอาวุธ ทายลักษณะสตรี ทายลักษณะบุรุษ ทายลักษณะกุมาร ทายลักษณะกุมารี ทายลักษณะทาส ทายลักษณะทาสี ทายลักษณะช้าง ทายลักษณะม้า ทายลักษณะกระบือ ทายลักษณะโคอุสภะ ทายลักษณะโค ทายลักษณะแพะ ทายลักษณะแกะ ทายลักษณะไก่ ทายลักษณะนกกระทา ทายลักษณะเหี้ย ทายลักษณะตุ่น ทายลักษณะเต่า ทายลักษณะมฤค.
    

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

หลักการดำรงชีพ เพื่อประโยชน์สุขในวันนี้


 
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! พวกข้าพระองค์เป็นคฤหัสถ์ บริโภคกาม แออัดอยู่ด้วยบุตร ครองเรือน ใช้สอยกระแจะจันทน์จากแคว้นกาสี ทัดทรงพวงดอกไม้ของหอมเครื่องลูบไล้ ยินดีทอง และเงินอยู่.
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงแสดงธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข ทั้งในทิฏฐธรรม (ในปัจจุบัน) และในสัมปรายะ (ในเวลาถัดต่อมา) แก่พวกข้าพระองค์
ผู้อยู่ในสถานะเช่นนี้ เถิด พระเจ้าข้า !”

พ๎ยัคฆปัชชะ ! ธรรม ๔ ประการเหล่านี้
เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่กุลบุตรในทิฏฐธรรม (ในปัจจุบัน) ๔ ประการ อย่างไรเล่า ?
๔ ประการ คือ :-
อุฏฐานสัมปทา (ความขยันในอาชีพ)
อารักขสัมปทา (การรักษาทรัพย์)
กัลยาณมิตตตา (ความมีมิตรดี)
สมชีวิตา (การเลี้ยงชีวิตอย่างสมดุลย์พอเพียงแก่ฐานะ).

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

การมีธรรมของพระตถาคตอยู่ในโลก คือความสุขของโลก



ภิกษุ ท. ! เมื่อพระสุคตก็ดี ระเบียบวินัยของพระสุคตก็ดี ยังคงมีอยู่ ในโลกเพียงใด
อันนั้นก็ยังเป็นไปเพื่อความเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขของชนเป็นอันมาก
เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก, เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล
เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย, อยู่เพียงนั้น.

ภิกษุ ท. ! พระสุคตนั้นคือใครเล่า ?
คือตถาคต บังเกิดขึ้นในโลกนี้
เป็นพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้ชอบเอง ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ไปดี รู้แจ้งโลก
เป็นสารถีฝึกคนควรฝึกไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้เบิกบานแล้ว
จำแนกธรรมออกสอนสัตว์. นี้คือ พระสุคต.

ภิกษุ ท. ! ระเบียบวินัยของพระสุคตนั้นคืออะไรเล่า ? 
คือตถาคตนั้นแสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด, ประกาศพรหมจรรย์
พร้อมทั้งอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง. ธรรมที่ตถาคตแสดง
พรหมจรรย์ที่ตถาคตประกาศ นี้แล คือ ระเบียบวินัยของตถาคต.

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

บทสวดระลึกถึงพระสงฆ์


สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว

อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม
เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว

สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติสมควรแล้ว

ยะทิทัง
ได้แก่บุคคลเหล่านคีื้อ

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

พระพุทธเจ้า คือ ครูผู้สอนของเทวดา และ มนุษย์ ทั้งหลาย..



"เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า
ว่า  “เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ
พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง 
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและข้อปฏิบัติให้ถึงวิชชา เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี 
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
เป็นผู้สามารถฝึกคนที่ควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย 
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์” ดังนี้.

ส่วนหนึ่งของ พระสูตร เกี่ยวกับ"ความเป็นพระโสดาบัน"

การวางจิตเมื่อถูกกล่าวหา


ภิกษุ ท. ! ทางแห่งถ้อยคำที่บุคคลอื่นจะพึง
กล่าวหาเธอ ๕ อย่าง เหล่านี้ มีอยู่ คือ:-

๑. กล่าวโดยกาลหรือโดยมิใช่กาล
๒. กล่าวโดยเรื่องจริงหรือโดยเรื่องไม่จริง
๓. กล่าวโดยอ่อนหวานหรือโดยหยาบคาย
๔. กล่าวด้วยเรื่องมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์
๕. กล่าวด้วยมีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายใน

ภิกษุ ท. ! เมื่อเขากล่าวอยู่อย่างนั้น ในกรณีนั้น ๆ
เธอพึงทำการสำเหนียกอย่างนี้ว่า
“จิตของเรา จักไม่แปรปรวน เราจักไม่กล่าว วาจาอันเป็นบาป 
เราจักเป็นผู้มีจิตเอ็นดูเกื้อกูล มีจิต ประกอบด้วยเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน อยู่, จักมี
จิตสหรคตด้วยเมตตาแผ่ไปยังบุคคลนั้น อยู่ และจักมี จิตสหรคตด้วยเมตตา 
อันเป็นจิตไพบูลย์ ใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท แผ่ไปสู่โลกถึงที่สุด
ทุกทิศทาง มีบุคคลนั้นเป็นอารมณ์ แล้วแลอยู่” ดังนี้.